4 ลักษณะผิว และการดูแลผิวให้ถูกกับสภาพผิวตนเอง

ในปัจจุบันผู้คนนิยมและใส่ใจดูแลผิวพรรณตนเองมากขึ้น และบรรดาครีมต่าง ๆ ก็ขายดีมากขึ้นเช่นกันเป็นเงาตามตัว การดูแลผิวนั้นเริ่มกันตั้งแต่วัยเด็กอ่อนไปถึงวัยผู้สูงอายุกันเลยทีเดียว เพราะผิวหนังเป็นปราการด่านแรกที่หุ้มห่อร่างกายทั้งหมดให้ทนต่อสภาพอากาศต่าง ๆ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของแต่ละปี แต่ผิวหนังเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ทนทานทุกสภาวะอากาศเสมอไป เจ้าของร่างกายจึงต้องหมั่นดูแลผิวอยู่เป็นประจำด้วย ที่สำคัญคนเรานั้นไม่ได้มีลักษณะผิวที่เหมือนกันทุกคน

บางกรณีแม้ว่าเป็นพี่น้องกันก็อาจจะต้องการการดูแลผิวที่ไม่เหมือนกันก็ได้ วงการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคผิวหนังเข้าใจความสำคัญของความแตกต่างจึงได้มีการศึกษาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามแต่ละสภาพออกมาให้สามารถเลือกใช้ได้ เนื้อหาด้านล่างจะได้กล่าวถึงว่าลักษณะของผิวพรรณแบ่งได้กี่ประเภท และต้องการการดูแลรักษาอย่างไรบ้างเพื่อให้ผิวมีสุขภาพดี

1.ลักษณะผิวธรรมดา
ผิวธรรมดาเป็นผิวของคนส่วนหนึ่งที่นับว่าโชคดีที่สุดในบรรดาผิวประเภทต่าง ๆ เพราะถือว่ามีความสมดุลของตัวผิวหนังที่ดูมีความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งจากภายในเหมือนผิวของเด็กอ่อน หลายคนแทบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องประทินผิวแต่อย่างใด เพียงแค่ล้างใบหน้าและผิวกายด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลางก็สามารถคงความสวยงามของผิวพรรณไว้ได้ คนที่มีผิวลักษณะนี้โดยพื้นฐานจากกรรมพันธุ์และจากการปฏิบัติตัวด้านการกินอาหารที่ให้ผลดีต่อผิวพรรณ แต่การเลือกซื้อสบู่ ครีม ยาสระผมก็ต้องระมัดระวังเช่นกันเพื่อหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจจะทำให้ความสมดุลของผิวเสียไป ในฤดูหนาวแม้เป็นผิวธรรมดาก็ยังคงต้องระวังอาการผิวแห้งเช่นกัน เพราะอากาศที่แห้งและลมแรงจะทำให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวลดลงไปได้

2.ลักษณะผิวแห้ง
ผิวแห้งมักจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนที่ต้องทำงานในสำนักงานที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรวมถึงผู้สูงอายุที่น้ำหล่อเลี้ยงผิวและความชุ่มชื่นตามธรรมชาติลดลง ผิวแห้งก่อให้เกิดความไม่สบายตัวเพราะผิวหนังไม่นุ่นเนียนในการสัมผัส บางคนมีผิวแห้งง่ายก็จะทำให้ผิวหนังลอกเป็นขุยและเกิดอาการอักเสบหรือตุ่มคันตามมาได้ง่ายกว่าผิวชนิดอื่น ทางป้องกันคือต้องเสริมทั้งจากภายในและภายนอก ด้วยการรับประทานอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพผิว เช่น ผักผลไม้สดที่ให้วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น วิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงเมล็ดนัตต่าง ๆ เช่น เมล็ดฟักทอง ถั่วอัลมอนด์ ที่ช่วยเพิ่มกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย การเสริมสร้างภายในต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอรวมถึงดูแลระบบขับถ่ายให้ดีด้วยการทานอาหารที่มีเส้นใยสูงอยู่เสมอ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และอาหารจานผักต่าง ๆ ส่วนการดูแลผิวแห้งนั้นต้องเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำค่อนข้างร้อนเพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น การทาครีมหรือออย์เม้นท์ให้ทาทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เพื่อการซึมซาบที่ดีกว่า และใช้ลิปบาล์มปกป้องริมฝีปากไม่ให้แห้งลอกเป็นขุย

3.ลักษณะผิวมัน
คนที่มีลักษณะผิวมันโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าจะค่อนข้างมีความกังวลเกี่ยวกับความสวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะสุภาพสตรี ผิวมันจะทำให้เกิดชั้นฟิล์มน้ำมันออกมาบริเวณใบหน้าเป็นระยะ ๆ หลายคนเข้าใจผิดพยายามล้างความมันออกไปด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ขจัดความมันได้หมดจน กลายเป็นชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกไปและผิวขาดความชุ่มชื้น การดูแลผิวมันสามารถทำได้จากการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้ถูกสุขลักษณะ ปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรสำหรับคนที่มีผิวมันโดยเฉพาะซึ่งมักจะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และมีความเป็นกลางที่ไม่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติแต่ก็ล้างคราบมันออกไปได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้เครื่องสำอางชั้นดีเพียงใด คนที่ผิวมันจริง ๆ นั้นไม่มีผลิตภัณฑ์วิเศษตัวใดที่จะควบคุมความมันได้ตลอดเวลา สาว ๆ ที่ออกงานสังคมหรืองานเลี้ยงจึงควรพกกระดาษซับมันติดตัวไว้ ซึ่งได้ผลดีมากในการลดความมันจากใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณทีโซนได้แก่หน้าผาก จมูก และบริเวณโหนกแก้ม

4.ลักษณะผิวผสม
คนที่มีลักษณะของผิวผสมนั้นนับว่าน่าหนักใจในเรื่องการดูแลผิวมากที่สุด เพราะอาจจะมีลักษณะผิวสองอย่างบนใบหน้าหรือร่างกาย เช่น มีบริเวณที่มีความไวต่ออากาศแห้งเป็นพิเศษ บางบริเวณก็เป็นผิวธรรมดา บางบริเวณก็เป็นผิวมัน การดูแลจึงต้องมีความซับซ้อนและพิถีพิถันมากกว่า หลายคนที่มีผิวผสมอาจจะเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนผิวมัน เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันก็อาจจะทำให้ส่วนผิวที่แห้งอยู่แล้วได้รับผลกระทบไปด้วย เรื่องนี้คงต้องใช้วิธีสังเกตร่างกายตนเองก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในสถานที่มีอากาศเย็นหรือมีเครื่องปรับอากาศ หรือในช่วงเวลาฤดูหนาวว่านอกจากส่วนผิวที่แห้งแล้ว มีผิวส่วนที่มันอยู่หรือไม่ โดยมากคนเราจะมีผิวส่วนทีโซนบริเวณใบหน้าที่มีความมันมากกว่าส่วนอื่นอยู่แล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดคงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางไว้ก่อน แล้วจึงจัดการกับความมันส่วนเกินด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะหรือกระดาษซับมันภายหลัง

การดูแลผิวพรรณนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนักด้วยการดูแลอาหารการกินและพักผ่อนให้เพียงพอเป็นนิสัย ลดการแต่งหน้าบ้างถ้าไม่จำเป็น เพื่อให้ผิวได้พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพรวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยี่ห้อต่าง ๆ ก็ควรทำอย่างระมัดระวังโดยเลือกซื้อใช้ครีมและเครื่องสำอางค์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอุตสาหกรรมและยา อย่าเห็นแก่ของถูกหรือของลดราคาที่อาจจะเป็นสินค้าที่ใกล้วันหมดอายุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *