สวัสดิการด้านการเงินที่น้องใหม่เริ่มทำงานควรรู้

Advertisement

สวัสดิการด้านการเงินที่น้องใหม่เริ่มทำงานควรรู้

สำหรับน้องๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การทำงาน ทั้งกำลังหางานหรือเพิ่งเริ่มทำงานก็แล้วแต่ ในเบี้องต้นนั้นความชอบหรือเป้าหมายในชีวิตจะเป็นจุดตัดสินแรกสำหรับการเลือกว่าจะเดินสายราชการหรือทำงานบริษัทเอกชน แต่มีอีกเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะเคยสงสัยว่าระหว่างข้าราชการกับเอกชนสวัสดิการดีแตกต่างกันอย่างไร วันนี้มาสิจะพาไปดูในส่วนของสวัสดิการด้านการเงินของแต่ละแบบกันว่ามีสวัสดิการอะไรบ้าง

เริ่มต้นที่รู้จักกับสวัสดิการด้านการเงินของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกันก่อน
สำหรับภาคเอกชน สวัสดิการด้านการเงินที่จะมีให้ก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำหรับภาครัฐ(ข้าราชการ) สวัสดิการด้านการเงินที่จะมีให้ก็คือ บำเหน็จบำนาญ
แล้วทั้ง 2 แบบนี้คืออะไรเราไปดูกัน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
● เป็นสวัสดิการด้านการเงินของภาคเอกชน ซึ่งบางบริษัทจะมีให้แต่บางบริษัทก็อาจจะไม่มีให้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร?
● กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนนั้นจะมาจากเงินที่ลูกจ้าง(พนักงาน)จ่ายส่วนหนึ่ง เรียกว่า “เงินสะสม“ และนายจ้าง(เจ้าของกิจการหรือบริษัท)จะจ่ายเงินเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง เรียกว่า “เงินสมทบ” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นลักษณะของสวัสดิการที่นายจ้างมีให้กับลูกจ้างเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ลูกจ้างที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”
masii tips
● เงินสะสมส่วนของพนักงานจะหักจากเงินเดือนของพนักงานในทุกๆ เดือนโดยอัตโนมัติ และจะมีแจ้งรายละเอียดในสลิปเงินเดือนว่าหักไปเท่าไหร่ กรณีที่ยังทำงานในองค์กรนั้นๆ

มีความสำคัญอย่างไร?
● ช่วยให้ลูกจ้าง(พนักงาน) มีวินัยในการออมและมีการออมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีนายจ้าง(เจ้าของกิจการหรือบริษัท) ช่วยในการออมอีกด้วย โดยนอกจากช่วยออมแล้วยังมีการดูแลและบริหารเงินให้เกิดผลงอกเงยขึ้นมาอีกโดยผู้บริหารมืออาชีพ ซึ่งผลที่งอกเงยขึ้นมานี้จะนำมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกของกองทุนตามสัดส่วนของเงินลูกจ้าง(พนักงาน)ที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คลิก

Advertisement

เมื่อเราออกจากงาน จะมีวิธีจัดการเงินในกองทุนอย่างไรบ้าง?
จัดการได้ 2 วิธีหลักๆ คือ
● ลูกจ้าง(พนักงาน)สามารถขอรับเงินในกองทุนทั้งหมดที่มีในส่วนของลูกจ้าง(พนักงาน) โดยวิธีนี้จะถือว่าเป็นการลาออกจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
● ลูกจ้าง(พนักงาน) แสดงความประสงค์ว่าจะยังไม่รับเงินส่วนนี้ โดยจะขอให้คงเงินส่วนนี้ไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อน
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คลิก

บำเหน็จบำนาญ
● เป็นสวัสดิการด้านการเงินของภาครัฐ(ข้าราชการ) เงื่อนไขที่จะได้รับก็คือรับราชการครบตามปีที่กำหนดไว้ ซึ่งจะได้เงินก็ต่อเมื่อเกษียณอายุราชการ หรืออกจากราชการตามเงื่อนไขที่กำหนด

บำเหน็จบำนาญ แตกต่างกันอย่างไร?
● บำเหน็จ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการ จ่ายให้เป็นเงินก้อนครั้งเดียว
● บำนาญ(ปกติ) หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการ จ่ายให้เป็นรายเดือนจนกว่าจะถึงแก่กรรม หรือหมดสิทธิ
*** ในส่วนของบำนาญจะมีแยกเป็น บำนาญ(ปกติ) และ บำนาญ(พิเศษ) ซึ่งจะกล่าวถึงในโอกาสหน้า ***

masii tips
● บำเหน็จบำนาญ ข้าราชการจะต้องเลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อถึงกำหนดเกษียณอายุราชการ
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คลิก

บำเหน็จคำนวนอย่างไร?
● เกณฑ์คำนวณบำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย X จำนวนปีที่รับราชการ
● ตัวอย่างคำนวนคร่าวๆ = 30,000 X 25 = 750,000 บาท
○ (จ่ายรอบเดียวเมื่อเกษียณอายุ)

บำนาญคำนวนอย่างไร?
● เกณฑ์คำนวณบำนาญ = (เงินเดือนเดือนสุดท้าย X จำนวนปีเวลาราชการ) / ๕๐(หารห้าสิบ)
○ บำนาญปกติให้จำกัดจำนวนอย่างสูงไม่เกินเงินเดือนเดือนสุดท้าย
● ตัวอย่างคำนวนคร่าวๆ = 30,000 X 25 ÷ 50 = 15,000 บาท/ต่อเดือน
○ (จ่ายให้ทุกๆ เดือนจนกว่าจะตายหรือหมดสิทธิ)
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คลิก1 หรือ คลิก2

หวังว่าน้องๆ จะมีความเข้าใจมากขึ้นในผลประโยชน์ที่จะได้รับนะครับ ส่วนใครชอบทางภาคเอกชนหรือภาครัฐก็เลือกเส้นทางชีวิตกันได้ตามใจชอบเลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : masii.com

Advertisement

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *